จิตวิญญาณแห่งเซราฟิม | The Spirit of Seraphim
ห้องอัดเสียง โฮซานนา
ช่วงนี้ ทางโฮซานนา ได้ลงทุน ซื้ออุปกรณ์ในการทำดนตรี และบันทึกเสียงร้อง เพิ่งเติม และได้ทำเป็นห้องอัดเสียงชั่วคราว
พิธีมิสซาสมรส ระหว่าง ยอแซฟ สิทธิโชค เปรมแหวว และ คุณนิดารัตน์ เชิดกร
พิธีมิสซาสมรส ระหว่าง ยอแซฟ สิทธิโชค เปรมแหวว และ คุณนิดารัตน์ เชิดกรวันอังคารที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2010 พิธีมิสซาฯ เวลา 15.00 น. ณ โบสถ์พระหฤทัยศรีราชา
ฉลองครบรอบ 25 และ 50 ปี สงฆ์พระมหาไถ่
พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณในโอกาส ฉลองศักดิ์สงฆ์ครบรอบ 50 ปี คุณพ่อ ไรท์ (Fr. Wright) และ ฉลองศักดิ์สงฆ์ครบรอบ 25 ปี คุณพ่อไวยกรณ์ และ คุณพ่อเจริญ วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2010 ณ โบสถ์พระมหาไถ่ กรุงเทพฯ เวลา 10.00 น. ขับร้องเพลงโดย คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา
ร่วมพิธีฯ และฟังเพลง ในงานฉลองบ้านเณรเล็ก คณะพระมหาไถ่ ศรีราชา
ร่วม พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ และร่วมฟังเพลงในพิธีฯ เนื่องในงานฉลองบ้านเณร เล็กคณะพระมหาไถ่ ศรีราชา ในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2010 เวลา 10.00 น.
ขอให้น้องแบงค์ อยู่ในความรักและสันติสุขของพระเจ้าครับ
พวกเรา คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา ขอร่วมแสดงความเสียใจ และขอให้พระเจ้าได้โปรด รับน้องแบงค์ให้ไปอยู่กับพระองค์ตลอดนิรันดร
ฉลองชุมชนแห่งความเชื่อ วัดธรรมมาสน์ น.เปโตร ท่าแฉลบ
ฉลองชุมชนแห่งความเชื่อ วัดธรรมมาสน์ น.เปโตร ท่าแฉลบ วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2010
พิธีศีลสมรส ณ วัดพระหฤทัยศรีราชา
เชิญร่วม พิธีศีลสมรส ระหว่าง นางสาว เทเรซา วันทนา วิจิตรวงศ์ และนายอานนท์ โรจน์รุ่งสุวรรณ ณ วัดพระหฤทัยศรีราชา วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม เวลา 11.30 น. ขับร้องเพลงในพิธีกรรม โดย คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา
ฉลองวัดนักบุญโทมัส อไควนัส มีนบุรี
เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม ค.ศ. 2010 ทางคณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา ร่วมกับบ้านเณรเล็กพระมารดานิจจานุเคราะห์ ร่วมขับร้องบทเพลงในโอกาสฉลองวัดนักบุญอไควนัส มีนบุรี โดยมี ฯพณฯ เกรียงศักดิ์ พระอัครสังฆราช สังฆมณฑลกรุงเทพฯ เป็นประธานในพิธี
เพียว นักขับร้องคริสตจักร คว้าถ้วย KPN Award 2010
เพียว นักขับร้องโปรเตสแตนท์ นักศึกษา ม.รังสิต ชนะการประกวด KPN Award 2010
งานบวชพระสงฆ์ และฉลองบ้านเณรเล็ก คณะพระมหาไถ่ ครบรอบ 50 ปี
งานบวชพระสงฆ์ และฉลองบ้านเณรเล็ก คณะพระมหาไถ่ ครบรอบ 50 ปี วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 ตัวแทนนักขับร้องจากบ้านเณรเล็กคณะพระมหาไถ่ ร่วมกับ คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา ร่วมกันขับบทเพลงในพิธีบวชพระสงฆ์และฉลองบ้านเณรครบรอบ 50 ปี

ให้อภัยอย่างไร

เขียนโดย: admin เมื่อ February 17, 2010 ในหมวด ทุกหมวด, พระเจ้าตรัสว่า... - ความคิดเห็น: ไม่มีข้อคิดเห็น »

การให้อภัย

พระเจ้าทรงรักโลกอย่าง มากจึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร (ยอห์น 3:16) ให้แกะมีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ (ยอห์น 10:10) แต่ทุกคนกระทำบาป และขาดพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า (โรม 3:23) ค่าตอบแทนที่ได้จากบาปคือ ความตาย (โรม 6:23) ดังนั้น ในองค์พระคริสตเจ้า เราได้รับการไถ่กู้ เดชะพระโลหิต คือได้รับการอภัยบาป นี่คือพระหรรษทานอันอุดม (เอเฟซัส. 1:7) พระเป็นเจ้าประเสริฐและทรงพร้อมที่จะประทานอภัย อุดมด้วยความรักมั่นคงต่อบรรดาผู้ร้องทูลพระองค์ (สดด. 86:5) ดั่งที่พระองค์ตรัสว่า……….

มัทธิว 6:14-15 “เพราะถ้าท่านให้อภัยผู้ทำความผิด พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ ก็จะประทานอภัยแก่ท่านด้วย แต่ถ้าท่านไม่ให้อภัยผู้ทำความผิด พระบิดาของท่านก็จะไม่ประทานอภัยแก่ท่านเช่นเดียวกัน”

1 ยอห์น 2:1 “ลูกที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าเขียนเรื่องนี้ถึงท่าน เพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาปแต่ถ้าใครทำบาปเรายังมีทนายแก้ต่างให้เฉพาะพระพักตร์ ของพระบิดา คือพระเยซูคริสตเจ้า ผู้ทรงเที่ยงธรรม”

ฮีบรู 4:16 “ดังนั้น เราจงเข้าไปสู่พระบัลลังก์แห่งพระหรรษทานด้วยความมั่นใจเพื่อรับพระกรุณา และพบพระหรรษทานเกื้อกูลในยามที่เราต้องการ”

1 ยอห์น 1:9 “พระองค์ทรงซื่อสัตย์และทรงเที่ยงธรรม ถ้าเราสารภาพบาป พระองค์จะทรงอภัยบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้สะอาดจากความอธรรมทั้งปวง”

กิจการอัครสาวก 3:19 “เพราะฉะนั้นท่านจงเป็นทุกข์กลับใจและหันมาหาพระเจ้าเถิด เพื่อบาปของท่านจะได้รับการอภัย”

อิสยาห์ 43:25-26 “เราคือพระองค์นั้น ผู้ลบล้างความทรยศของเจ้าด้วยเห็นแก่เราเอง และเราไม่จดจำบรรดาบาปของเจ้าไว้”

โรม 8:1 “ไม่มีการตัดสินลงโทษผู้ที่อยู่ในพระคริสตเยซูอีกต่อไป”

อิสยาห์ 1:18 “มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้มก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดงก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ”

เอเฟซัฟ 1:7 “ในองค์พระคริสตเจ้า เราได้รับการไถ่กู้ เดชะพระโลหิต คือได้รับการอภัยบาป พระเจ้าตรัส เราจะนำบทบัญญัติของเราใส่ไว้ในดวงใจของเขา และจะจารึกบทบัญญัตินั้นไว้ในจิตใจ”

2 โครินธ์ 5:17 “ดังนั้น ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสตเจ้า ผู้นั้นก็เป็นสิ่งสร้างใหม่ สภาพเก่าผ่านพ้นไป สภาพใหม่เกิดขึ้นแล้ว”

ฮีบรู10:17 “…เราจะไม่จดจำบาปและความอธรรมของเขาต่อไปอีกเลย”

ดาเนียล 9:9 “พระกรุณา และการอภัยโทษเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ถึงแม้ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กบฏต่อพระองค์.”

โคโลสี 1:13-14 “พระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจความมืดมน และทรงนำเราเข้าไปสู่ พระอาณาจักรของพระบุตรสุดที่รักของพระองค์ เดชะพระบุตรนี้ เราได้รับการไถ่กู้และได้รับการอภัยบาป”

เพลง สดุดี 103:12 “ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด พระองค์ทรงปลดการละเมิดของเราจากเราไปไกลเท่านั้น”

เราจะต้องให้อภัยกี่ครั้ง ดี?

“70 ครั้ง 70 หน” มัทธิว 18:21-22 เปโตรเข้ามาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพี่น้องทำผิดต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องยกโทษให้เขาสักกี่ครั้ง ถึงเจ็ดครั้งหรือไม่” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เราไม่ได้บอกท่านว่าต้องยกโทษให้เจ็ดครั้ง แต่ต้องยกโทษให้เจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง”

หมายความว่าอย่างไรที่พระ เยซูเจ้าตรัสให้เราต้องยกโทษให้ถึง 70 ครั้ง 70 หน

ลูกา 17: 3-4 “พระเยซูเจ้าตรัสว่า ‘ถ้าพี่น้องของท่านทำผิด จงตักเตือนเขา ถ้าเขากลับใจ จงให้อภัยแก่เขา ถ้าเขาทำผิดต่อท่านวันละเจ็ดครั้ง และกลับมาหาท่านทั้งเจ็ดครั้ง พูดว่า “ฉันเสียใจ” ท่านจงให้อภัยเขาเถิด”

เอเฟซัส 4: 32 “แต่จงมีใจโอบอ้อมอารี มีเมตตาต่อกัน ให้อภัยกันดังที่พระเจ้าทรงให้อภัยแก่ท่านในองค์พระคริสตเจ้าเถิด”

เพราะ ฉะนั้น หมายความว่า พระเยซูเจ้าต้องการให้เราให้อภัยตลอดเวลา เหมือนที่พระองค์ทรงให้อภัยเรา

เมื่อเราให้อภัยแล้ว เราจะได้รับประโยชน์อะไรเป็นการตอบแทน?

“การอภัยจากพระเป็นเจ้า” ในมาระโก 11:24-26 พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ดังนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า ทุกสิ่งที่ท่านวอนขอในการอธิษฐานภาวนา จงเชื่อว่าท่านจะได้รับ และท่านก็จะได้รับ ขณะที่ท่านยืนอธิษฐานภาวนา จงให้อภัย ถ้าท่านมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด เพื่อว่าพระบิดาของท่านผู้สถิตบนสวรรค์จะทรงอภัยความผิดให้ท่านด้วย”

“รื้อฟื้น การเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า” 2 โครินธ์ 2:5–10: “ถ้าผู้ใดเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ ผู้นั้นไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าเป็นทุกข์เพียงผู้เดียว เขาทำให้ทุกท่านมีความทุกข์ด้วยเช่นเดียวกัน โทษที่ผู้นั้น ได้รับจากบุคคลส่วนใหญ่ก็เพียงพออยู่แล้ว จึงดีกว่าที่ท่านจะให้อภัยและให้กำลังใจเขา เพื่อเขาจะไม่ต้องรับความทุกข์เกินกว่าที่จะทนได้ ข้าพเจ้าจึงขอร้องท่านให้แสดงความรักต่อเขาอย่างชัดเจน ข้าพเจ้าเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงท่าน เพื่อทดสอบว่าท่านเชื่อฟังข้าพเจ้าทุกประการหรือไม่ ท่านให้อภัยผู้ใด ข้าพเจ้าให้อภัยผู้นั้นด้วย ถ้ามีสิ่งใดที่ข้าพเจ้าต้องให้อภัยข้าพเจ้าก็ให้อภัยแล้ว ข้าพเจ้าให้อภัยเพื่อท่านทั้งหลายเฉพาะพระพักตร์ของพระคริสตเจ้า”

“ความ สะอาดของจิตวิญญาณ” ยากอบ 5:15-16 ยากอบได้พูดกับผู้อาวุโสว่า “คำอธิษฐานภาวนาด้วยความเชื่อจะช่วยผู้ป่วยให้รอดชีวิต องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้ผู้ป่วยลุกขึ้น และถ้าเขาเคยกระทำบาป เขาก็จะได้รับการอภัย ดังนั้น จงสารภาพบาปแก่กัน และจงอธิษฐานให้กันเพื่อท่านจะหายจากโรค คำอ้อนวอนของผู้ชอบธรรมมีพลังทำให้เกิดผลมากมาย”

ตัวอย่างการให้อภัยในพระ คัมภีร์

เอซาวกับยาโคบ (ปฐมกาล 33:4–15)

เอซาว วิ่งออกไปต้อนรับเขา กอดและซบหน้าลงที่คอจุบเขา ต่างก็ร้องไห้ เอซาวก็เงยหน้าขึ้นแลเห็นพวกผู้หญิงกับลูกๆจึงถามว่า “คนที่อยู่กับเจ้านี้คือใคร” ยาโคบตอบว่า “คือลูกๆที่พระเจ้าโปรดประทานให้แก่ข้าพเจ้าผู้รับใช้ของท่าน” แล้วสาวใช้ทั้งสองคนกับลูกๆก็เข้ามาใกล้และกราบลง นางเลอาห์กับลูกของเขาก็เข้ามาใกล้และกราบลงด้วย ภายหลังโยเซฟและนางราเชลก็เข้ามาใกล้และกราบลง เอซาวถามว่า “ขบวนผู้คนและฝูงสัตว์ทั้งหมดที่เราพบนี้มีความหมายอย่างไร” ยาโคบตอบว่า “เพื่อข้าพเจ้าจะได้รับความกรุณาในสายตาของนายข้าพเจ้า” เอซาวพูดว่า “น้องเอ๋ย ข้ามีพออยู่แล้ว เก็บของๆเจ้าไว้เองเถิด” ยาโคบตอบว่า “มิได้ ข้าพเจ้าขอร้องท่านเถิด ถ้าข้าพเจ้าได้รับความกรุณาในสายตาของท่านแล้วขอรับของกำนัลนั้นจากมือ ข้าพเจ้า เพราะเหตุว่าข้าพเจ้าได้เห็นหน้าท่านก็เหมือนเห็นพระพักตร์ของพระเจ้า และท่านได้โปรดข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าอ้อนวอน ขอท่านรับของขวัญที่นำมาให้ท่าน เพราะพระเจ้าทรงโปรดกรุณาข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็มีพอเพียงแล้ว” เขาอ้อนวอนและเอซาวจึงรับไว้ เอซาวพูดว่า “ให้เราเดินทางไปกันเถิด ให้เราไปกันและข้าจะนำหน้าเจ้า” แต่ยาโคบตอบเขาว่า “นายท่านย่อมทราบอยู่แล้วว่าเด็กๆ นั้นอ่อนแอ และข้าพเจ้ายังมีฝูงแพะแกะและโคที่มีลูกอ่อนยังกินนมอยู่ ถ้าจะต้อนให้เดินเกินไปสักวันหนึ่งฝูงสัตว์ก็จะตายหมด ขอนายท่านล่วงหน้าผู้รับใช้ของท่านไปก่อนเถิด ข้าพเจ้าจะตามไปช้าๆตามกำลังของสัตว์ซึ่งอยู่ข้างหน้าข้าพเจ้าและตามที่เด็ก ๆ ทนได้ จนกว่าข้าพเจ้าจะไปพบนายท่านที่เสอีร์” เอซาวจึงกล่าวว่า “บัดนี้ขอให้คนที่มากับเราไปกับเจ้าบ้าง” ยาโคบตอบว่า “มีความจำเป็นอะไรหรือ ขอให้ข้าพเจ้าได้รับความกรุณาในสายตาของนายท่านเถิด”

โยแซฟ (ปฐมกาล 45:8–15)

ฉะนั้น บัดนี้มิใช่พี่เป็นผู้ให้เรามาที่นี่ แต่พระเจ้าทรงให้มา พระองค์ทรงโปรดให้เราเป็นเหมือนบิดาแก่ฟาโรห์ เป็นเจ้าในราชวังทั้งสิ้น และเป็นผู้ครอบครองประเทศอียิปต์ทั้งหมด เจ้าจงรีบขึ้นไปหาบิดาเราบอกท่านว่า `โยเซฟบุตรชายของท่านพูดดังนี้ว่า “พระเจ้าทรงโปรดให้ลูกเป็นเจ้าเหนืออียิปต์ทั้งสิ้น ขอลงมาหาลูก อย่าได้ช้า พ่อจะได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินโกเชน และพ่อจะได้อยู่ใกล้ลูก ทั้งตัวพ่อกับลูกหลานและฝูงแพะแกะ ฝูงวัว และทรัพย์ทั้งหมดของพ่อ ลูกจะบำรุงรักษาพ่อที่นั่น ด้วยยังจะกันดารอาหารอีกห้าปี มิฉะนั้นพ่อและครอบครัวของพ่อและผู้คนที่พ่อมีอยู่จะยากจนไป”‘ ดูเถิด นัยน์ตาพี่และนัยน์ตาของเบนยามินน้องชายของข้าพเจ้าได้เห็นว่าเป็นปากของ ข้าพเจ้าเองที่ได้พูดกับพี่ พี่จงเล่าให้บิดาของเราฟังถึงยศศักดิ์ที่ข้าพเจ้ามีอยู่ในอียิปต์และที่พี่ ได้เห็นนั้นทุกประการ พี่จงรีบพาบิดาเราลงมาที่นี่เถิด” โยเซฟกอดคอเบนยามินผู้น้องแล้วร้องไห้ เบนยามินก็กอดคอโยเซฟร้องไห้เหมือนกัน ยิ่งกว่านั้นโยเซฟจึงจุบพี่ชายทั้งปวงและร้องไห้ หลังจากนั้นพี่น้องของท่านก็สนทนากับโยเซฟ

โมเสส (กันดารวิถี 12:1–13)

มิเรียม และอาโรนได้พูดติโมเสส เหตุหญิงคนเอธิโอเปียที่ท่านได้แต่งงานด้วย เพราะโมเสสได้แต่งงานกับหญิงคนเอธิโอเปียคนหนึ่ง เขาทั้งสองกล่าวว่า “พระเยโฮวาห์ตรัสทางโมเสสคนเดียวเท่านั้นจริงหรือ พระองค์ไม่ตรัสทางเราบ้างหรือ” พระเยโฮวาห์ทรงได้ยิน (โมเสสเป็นคนถ่อมใจมากยิ่งกว่าคนทั้งปวงที่พื้นแผ่นดิน) ทันใดนั้นพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนกับมิเรียมว่า “เจ้าทั้งสามจงออกมาที่พลับพลาแห่งชุมนุม” เขาทั้งสามก็ออกมา พระเยโฮวาห์ก็เสด็จลงมาในเสาเมฆ ประทับยืนที่ประตูพลับพลาแห่งชุมนุม ทรงเรียกอาโรนและมิเรียม เขาทั้งสองก็มาข้างหน้า พระองค์ตรัสว่า “จงฟังถ้อยคำของเรา ถ้าจะมีผู้พยากรณ์ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย เราพระเยโฮวาห์จะสำแดงตัวแก่ผู้นั้นเป็นนิมิต เราจะพูดกับเขาทางฝัน สำหรับโมเสสผู้รับใช้ของเราก็ไม่เป็นเช่นนั้น ในวงศ์วานทั้งหมดของเราเขาสัตย์ซื่อ เราพูดกับเขาปากต่อปากอย่างชัดเจน ไม่พูดเร้นลับ และเขาเห็นสัณฐานของพระเยโฮวาห์ ไฉนเจ้าไม่กลัวที่จะพูดติโมเสสผู้รับใช้ของเรา” พระเยโฮวาห์ทรงกริ้วเขามาก แล้วเสด็จไปเสีย เมื่อเมฆลอยพ้นพลับพลาไป ดูเถิด มิเรียมก็เป็นโรคเรื้อน ขาวดุจหิมะ อาโรนหันไปดูมิเรียมและดูเถิด นางเป็นโรคเรื้อน และอาโรนพูดกับโมเสสว่า “ข้าแต่เจ้านายของข้าพเจ้า อนิจจาเอ๋ย ขออย่าลงโทษบาปเราทั้งสองที่ได้กระทำความเขลาและบาปเช่นนี้ ขออย่าให้มิเรียมเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว ดุจคนที่คลอดจากครรภ์มารดามีเนื้อกุดไปครึ่งหนึ่ง” และโมเสสได้ร้องทูลพระเยโฮวาห์ว่า “โอ ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงรักษานาง ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์”

กษัตริย์ดาวิด (2 ซามูเอล 19:18–23)

เขาทั้ง หลายได้ข้ามท่าข้ามไปรับราชวงศ์ของกษัตริย์ และคอยปฏิบัติให้ชอบพระทัย ชิเมอี บุตรชายเก-รา ได้กราบลงต่อพระพักตร์กษัตริย์ขณะที่พระองค์เสด็จข้ามแม่น้ำจอร์แดน กราบทูลกษัตริย์ว่า “ขอเจ้านายของข้าพระองค์อย่าทรงถือโทษความชั่วช้าข้าพระองค์ และทรงจดจำความผิดที่ผู้รับใช้ของพระองค์ได้กระทำในวันที่กษัตริย์เจ้านาย ของข้าพระองค์สละกรุงเยรูซาเล็ม ขอกษัตริย์อย่าทรงจดจำไว้ในพระทัย ด้วยผู้รับใช้ของพระองค์ได้ทราบแล้วว่าได้กระทำบาป เพราะฉะนั้น ดูเถิด ในวันนี้ข้าพระองค์ได้มาเป็นคนแรกในวงศ์วานโยเซฟที่ลงมารับเสด็จกษัตริย์ เจ้านายของข้าพระองค์” อาบีชัยบุตรชายนางเศรุยาห์จึงตอบว่า “ที่ชิเมอีกระทำเช่นนี้ไม่ควรจะถึงที่ตายดอกหรือ เพราะเขาได้ด่าผู้ที่เจิมตั้งของพระเยโฮวาห์” แต่ดาวิดตรัสว่า “บุตรทั้งสองของนางเศรุยาห์เอ๋ย เรามีธุระอะไรกับท่าน ซึ่งในวันนี้ท่านจะมาเป็นปฏิปักษ์กับเรา ในวันนี้น่ะควรที่จะให้ใครมีโทษถึงตายในอิสราเอลหรือ ในวันนี้เราไม่ทราบดอกหรือว่า เราเป็นกษัตริย์ครอบครองอิสราเอล” และกษัตริย์ตรัสกับชิเมอีว่า “เจ้าจะไม่ถึงตาย” แล้วกษัตริย์ก็ประทานคำปฏิญาณแก่เขา

กษัตริย์โซโลมอน (1 พงศ์กษัตริย์ 1:52, 53)

มีคนไป กราบทูลซาโลมอนว่า “ดูเถิด อาโดนียาห์กลัวกษัตริย์ซาโลมอน เพราะดูเถิด เธอจับเชิงงอนที่แท่นบูชาอยู่กล่าวว่า `ขอกษัตริย์ซาโลมอนได้ปฏิญาณแก่ข้าพเจ้าในวันนี้ว่า พระองค์จะไม่ประหารผู้รับใช้ของพระองค์เสียด้วยดาบ’” และซาโลมอนตรัสว่า “ถ้าแม้เขาสำแดงตัวได้ว่าเป็นคนที่สมควร ผมสักเส้นเดียวของเขาจะไม่ตกลงยังพื้นดิน แต่ถ้าพบความชั่วอยู่ในตัวเขา เขาจะต้องถึงแก่ความตาย”

พระเยซูเจ้า (ลูกา 23:34)

พระเยซู เจ้าตรัสว่า ‘พระบิดาเจ้าข้า โปรดอภัยความผิดแก่เขาเถิด เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร’ทหารนำเสื้อผ้าของพระองค์ไปจับสลากแบ่งกัน

สเทเฟน (กิจการอัครสาวก 7:59-60)

ขณะที่ คนทั้งหลายกำลังเอาหินขว้างสเทเฟน สเทเฟนอธิษฐานภาวนาว่า “ข้าแต่พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดรับวิญญาณของข้าพเจ้าด้วย” เขาคุกเข่าลงและร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดอย่าทรงลงโทษพวกเขาเพราะบาปนี้เลย” เมื่อกล่าวดังนี้แล้ว เขาก็สิ้นใจ”

นักบุญเปาโล (2 ทิโมธี 4:16)

การสู้ คดีครั้งแรกของข้าพเจ้า ไม่มีใครเป็นพยานให้ข้าพเจ้าเลย ทุกคนละทิ้งข้าพเจ้าไปหมด ขออย่าให้พวกเขาถูกลงโทษเลย

อย่า ลืม มัทธิว 5:23-25 บอกว่า “ขณะที่ท่านนำเครื่องบูชาไปถวายยังพระแท่น ถ้าระลึกได้ว่าพี่น้องของท่านมีข้อบาดหมางกับท่านแล้ว “จงวางเครื่องบูชาไว้หน้าพระแท่น กลับไปคืนดีกับพี่น้องเสียก่อน แล้วจึงค่อยกลับมาถวายเครื่องบูชานั้น จงคืนดีกับคู่ความของท่านขณะที่กำลังเดินทางไปศาลด้วยกัน มิฉะนั้น คู่ความจะมอบท่านแก่ผู้พิพากษา และผู้พิพากษาจะมอบท่านให้ผู้คุม ซึ่งจะขังท่านในคุก เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ท่านจะออกจากคุกไม่ได้ จนกว่าท่านจะชำระหนี้จนเศษสตางค์สุดท้าย”

Tags: ,

แสดงความคิดเห็น

คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา, 29/9 หมู่ 10 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ชลบุรี 20110. โทร. 085-9207220
บ้านเลขที่ 9 ซ.ริมทางด่วน แยก 2 ถ.สุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260.