จิตวิญญาณแห่งเซราฟิม | The Spirit of Seraphim
ห้องอัดเสียง โฮซานนา
ช่วงนี้ ทางโฮซานนา ได้ลงทุน ซื้ออุปกรณ์ในการทำดนตรี และบันทึกเสียงร้อง เพิ่งเติม และได้ทำเป็นห้องอัดเสียงชั่วคราว
พิธีมิสซาสมรส ระหว่าง ยอแซฟ สิทธิโชค เปรมแหวว และ คุณนิดารัตน์ เชิดกร
พิธีมิสซาสมรส ระหว่าง ยอแซฟ สิทธิโชค เปรมแหวว และ คุณนิดารัตน์ เชิดกรวันอังคารที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2010 พิธีมิสซาฯ เวลา 15.00 น. ณ โบสถ์พระหฤทัยศรีราชา
ฉลองครบรอบ 25 และ 50 ปี สงฆ์พระมหาไถ่
พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณในโอกาส ฉลองศักดิ์สงฆ์ครบรอบ 50 ปี คุณพ่อ ไรท์ (Fr. Wright) และ ฉลองศักดิ์สงฆ์ครบรอบ 25 ปี คุณพ่อไวยกรณ์ และ คุณพ่อเจริญ วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2010 ณ โบสถ์พระมหาไถ่ กรุงเทพฯ เวลา 10.00 น. ขับร้องเพลงโดย คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา
ร่วมพิธีฯ และฟังเพลง ในงานฉลองบ้านเณรเล็ก คณะพระมหาไถ่ ศรีราชา
ร่วม พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ และร่วมฟังเพลงในพิธีฯ เนื่องในงานฉลองบ้านเณร เล็กคณะพระมหาไถ่ ศรีราชา ในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2010 เวลา 10.00 น.
ขอให้น้องแบงค์ อยู่ในความรักและสันติสุขของพระเจ้าครับ
พวกเรา คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา ขอร่วมแสดงความเสียใจ และขอให้พระเจ้าได้โปรด รับน้องแบงค์ให้ไปอยู่กับพระองค์ตลอดนิรันดร
ฉลองชุมชนแห่งความเชื่อ วัดธรรมมาสน์ น.เปโตร ท่าแฉลบ
ฉลองชุมชนแห่งความเชื่อ วัดธรรมมาสน์ น.เปโตร ท่าแฉลบ วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2010
พิธีศีลสมรส ณ วัดพระหฤทัยศรีราชา
เชิญร่วม พิธีศีลสมรส ระหว่าง นางสาว เทเรซา วันทนา วิจิตรวงศ์ และนายอานนท์ โรจน์รุ่งสุวรรณ ณ วัดพระหฤทัยศรีราชา วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม เวลา 11.30 น. ขับร้องเพลงในพิธีกรรม โดย คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา
ฉลองวัดนักบุญโทมัส อไควนัส มีนบุรี
เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม ค.ศ. 2010 ทางคณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา ร่วมกับบ้านเณรเล็กพระมารดานิจจานุเคราะห์ ร่วมขับร้องบทเพลงในโอกาสฉลองวัดนักบุญอไควนัส มีนบุรี โดยมี ฯพณฯ เกรียงศักดิ์ พระอัครสังฆราช สังฆมณฑลกรุงเทพฯ เป็นประธานในพิธี
เพียว นักขับร้องคริสตจักร คว้าถ้วย KPN Award 2010
เพียว นักขับร้องโปรเตสแตนท์ นักศึกษา ม.รังสิต ชนะการประกวด KPN Award 2010
งานบวชพระสงฆ์ และฉลองบ้านเณรเล็ก คณะพระมหาไถ่ ครบรอบ 50 ปี
งานบวชพระสงฆ์ และฉลองบ้านเณรเล็ก คณะพระมหาไถ่ ครบรอบ 50 ปี วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 ตัวแทนนักขับร้องจากบ้านเณรเล็กคณะพระมหาไถ่ ร่วมกับ คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา ร่วมกันขับบทเพลงในพิธีบวชพระสงฆ์และฉลองบ้านเณรครบรอบ 50 ปี

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

เขียนโดย: admin เมื่อ February 21, 2010 ในหมวด บทเทศน์ - ความคิดเห็น: ไม่มีข้อคิดเห็น »

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2010
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
บทอ่านจากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ                                          ฉธบ 26:4-10

โมเสสกล่าวกับ ประชาชนว่า“สมณะจะรับกระจาดจากมือของท่าน นำไปวางไว้หน้าพระแท่นบูชาของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ท่านจะต้องประกาศถ้อยคำเหล่านี้เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านว่า  “บรรพบุรุษของข้าพเจ้าเป็นชาวอารัมเร่ร่อน เขาลงไปที่ประเทศอียิปต์และอาศัย อยู่ที่นั่นอย่างคนต่างถิ่น มีจำนวนน้อย แต่ได้กลายเป็นชนชาติใหญ่มีกำลังและมีจำนวนมากที่นั่น ชาวอียิปต์ทำร้ายพวกเรา ข่มเหงเราและบังคับให้เราเป็นทาสอย่างทารุณ   แต่เราร้องเรียกหาพระยาห์เวห์ พระเจ้าของบรรพบุรุษของเรา พระยาห์เวห์ทรงฟัง ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ทรมาน ความยากลำบากและการถูกกดขี่ของ เรา พระยาห์เวห์ทรงใช้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์และพระอานุภาพอันยิ่งใหญ่ทำเครื่อง หมายอัศจรรย์และปาฏิหาริย์อันน่าสะพรึงกลัว ช่วยเราออกจากประเทศอียิปต์ และทรงนำเรามาที่นี่ ประทานแผ่นดินมีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลอย่างอุดมสมบูรณ์นี้ให้แก่เรา ข้าแต่พระยาห์เวห์ บัดนี้ ข้าพเจ้านำผลิตผลแรกของแผ่นดินที่พระองค์ประทานแก่ข้าพเจ้านั้นมาถวายแด่ พระองค์”   แล้วท่านจะวางกระจาดลงเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่าน และกราบนมัสการเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่าน

เพลงสดุดี                                                                                  สดด 91:1-2,9-11,12-15ก

ก) ผ้เข้าเฝ้าพระเจ้าผู้สูงสุด                      เหนือมนุษย์ทั่วไปในแหล่งหล้า
เพื่อให้รอดปลอดภัยไป่บีฑา                                ผู้เข้ามาหลบซุ่มขอคุ้มภัย
ขอพระเจ้าแท้จริงผู้ยิ่งยง                                    ทูลพระองค์ว่าทรงป้องคุ้มครองให้
พระองค์เป็นพระเจ้าผ้เกรียงไกร                        ข้าฯวางใจในพระองค์ทรงเมตตา

ข) เพราะท่านยอมให้พระมาปกป้อง          ทรงคุ้มครองป้องกันหวั่นสลาย
ไม่มีความหายนะจะกล้ำกราย                             เหี้ยมโหดร้ายไกลร้างห่างจากเรือน
พระจะให้ทูตสวรรค์พระองค์มา                           เฝ้ารักษาท่านไว้ได้เป็นเพื่อน
อยู่แห่งหนใดเล่าเฝ้า ตักเตือน                             ไม่แชเชือนเฉยเปล่าเฝ้าดูแล

ค) เขาพยุงท่านไว้ไม่ให้พลาด                  ถูกหินบาดระบมตรมเป็นแผล
ท่าน เหยียบสิงโตร้ายให้นอนแบ                            งูพิษแย่ย่อยยับค่อยคืบคลาน
พระตรัสว่าจะช่วยคนที่เรารัก                              ปกป้องเขาที่รู้จักสมัครสมาน
เขารู้งทูลเราตอบให้ชอบมาน                              เราจัดการแก้ไขให้อย่างดี

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวโรม                       รม 10:8-13

พี่ น้อง พระคัมภีร์กล่าวว่าอย่างไร พระคัมภีร์กล่าวว่า พระวาจาอยู่ใกล้ท่าน อยู่ในปากและในใจของท่าน คือพระวาจาที่นำความเชื่อ ที่เราประกาศไว้ เพราะถ้าท่านประกาศด้วยปากว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และมีความเชื่อในใจว่า พระ  เจ้าทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย ท่านก็จะรอดพ้น    การเชื่อด้วยใจจะบันดาลความชอบธรรม การประกาศด้วยปากจะบันดาลความรอดพ้น เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า  ทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะไม่ได้รับความอับอาย เพราะไม่มีความแตกต่างกันระหว่างชาวยิวกับผู้ที่ไม่ใช่ชาวยิว พระองค์เท่านั้นทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับมนุษย์ทุกคน ประทานพระพรมากมายให้กับทุกคนที่เรียกขานพระองค์ เพราะทุกคนที่เรียกขานพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า ก็จะรอดพ้น

พระวรสารนักบุญลูกา                                                                     ลก 4:1-13

เวลานั้น พระเยซูเจ้าทรงได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม ทรงพระดำเนินจากแม่น้ำจอร์แดน พระจิตเจ้าทรงนำพระองค์ไปยังถิ่นทุรกันดาร  ทรงถูกปีศาจผจญเป็นเวลาสี่สิบวัน ตลอดเวลานั้นพระองค์มิได้เสวยสิ่งใดเลย ในที่สุด  ทรงหิว   ปีศาจจึงทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงสั่งให้หินก้อนนี้กลายเป็นขนมปังเถิด” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า   “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่ามนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น”

ปีศาจจึงนำพระองค์ไปยังที่สูงแห่งหนึ่ง แสดงให้พระองค์ทอดพระเนตร อาณาจักรต่าง ๆ ของโลกทั้งหมดในคราวเดียว และทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้าจะให้อำนาจและความรุ่งเรืองของอาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดแก่ท่าน    เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นของข้าพ เจ้า ข้าพเจ้าจะให้ผู้ใดก็ได้ตามความปรารถนา   ดังนั้น ถ้าท่านกราบนมัสการข้าพเจ้า ทุกสิ่งจะเป็นของท่าน”       พระเยซูเจ้าตรัสตอบปีศาจว่า “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ‘จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านและรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียว เท่านั้น’”   ปีศาจนำพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม วางพระองค์ลงที่ยอดพระวิหาร แล้วทูลว่า   “ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า    จงกระโจนลงไปเบื้องล่างเถิด เพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ‘พระเจ้าจะทรงสั่งทูตสวรรค์ให้พิทักษ์รักษาท่าน’ และยังมีเขียนอีกว่า ‘ทูตสวรรค์จะคอยพยุงท่านไว้มิให้เท้ากระทบหิน’” แต่พระเยซูเจ้าตรัสตอบปีศาจว่า มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า    “อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านเลย” เมื่อปีศาจทดลองพระองค์ทุกวิถีทางแล้วจึงแยกจากพระองค์ไปรอจนกว่าจะถึงเวลา ที่ เหมาะสม

บท เทศน์อาทิตย์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
อาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2010

เทศกาลมหาพรตมี กิจกรรมต่างๆมากมายที่พระศาสนจักรมารดาผู้เลี้ยงดูลูกๆของท่านได้แนะนำให้ เราปฏิบัติตน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งฝ่ายกายและวิญญาณให้สูงขึ้นเพียงพอที่จะเข้าถึง พระธรรมล้ำลึกปัสกา  และฉลองอย่างเหมาะสมในวันปัสกาประจำปีนี้  อย่างไรก็ตามพ่ออยากให้พี่น้องได้นำเอาพระวาจาของพระจ้าจากหนังสือเฉลยธรรม บัญญัติประจำอาทิตย์แรกของเทศกาลมหาพรตนี้มารำพึงไตร่ตรองและปฏิบัติตน ตามพระวาจานั้น เป็นการ “อุ่นเครื่อง”    ก่อนที่จะเริ่มประกอบกิจกรรมต่างๆในเทศกาลมหาพรตอย่างจริงจังต่อไป

พ่ออยากแนะนำให้พี่ น้องเริ่มเทศกาลมหาพรตด้วยการหวนย้อนกลับมองชีวิตของพี่น้องที่ผ่านมา มองให้เห็นเหมือนชนชาติอิสราเอลที่พบความจริงในชีวิตของพวกเขา มองเห็นว่า แท้ที่จริงแล้วที่เราเป็นคริสตชน เป็นลูกของพระเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้มิใช่เป็น “มือ” ของเราที่เนรมิตสร้างชีวิตของเราขึ้น ให้เข้าสู่สถานะการเป็นคริสตชนจนดีได้และได้ดีแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย ตัวของเราเอง แต่เป็น “พระหัตถ์” ของพระเจ้าที่ปั้นแต่งชีวิตของเราให้สามารถก้าวเข้ามาเป็นคริสตชนจนถึงทุก วันนี้ ไม่ว่าจะมีปัญหาข้อติดขัดใน ชีวิตทั้งฝ่ายกายและวิญญาณเพียงใด เป็นพระหัตถ์ของพระเจ้าอีกนั่นแหละที่ทรงดูแลเอาใจใส่ จัดแจง  ให้ชีวิตของเราสามารถอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะโดยผ่านทาง   ศีลศักดิ์สิทธิ์ประการต่างๆที่ทรงประทานให้ ไม่ว่าจะเป็นโดยผ่านผู้แทนของพระองค์ท่านต่างๆ ทั้งจากศาสนบริกรที่ทรงแต่งตั้งขึ้น หรือจากพ่อแม่พี่น้องที่ร่วมชีวิตกับเราในทุกๆวัน โดยเฉพาะที่ทรงสัมผัสกับชีวิตเราโดยตรงใน คำภาวนา พระวาจาจากพรคัมภีร์ และศีลมหาสนิท การไตร่ตรองเช่นนี้จะได้ทำให้เรารู้สึกเหมือนชาวอิสราเอลที่จะต้อง “กลับมาหาพระเจ้า” กลับมา “ขอบพระคุณ” และ “ถวายชีวิตของเรา” ซึ่งเป็นผลงานจากพระหัตถ์ของพระเจ้าคืนให้กับพระองค์

เมื่อพี่น้องได้ อุ่นเครื่องไตร่ตรองตามที่พ่อแนะนำในข้างต้นแล้ว บัดนี้ถึงเวลาที่เราจะลุกขึ้นยืนหยัดสู้กับปีศาจและการประจญล่อลวงของมันโดย เทียบเคียงเนื้อหาการประจญของพระเยซูที่ปีศาจกระทำกับสิ่งที่ปีศาจกำลัง กระทำกับชีวิตของเราอยู่ และ เทียบเคียงวิธีการต่อสู้จนได้รับชัยชนะให้เหมือนกับที่พระเยซูเจ้าทรง ปฏิบัติตามที่ท่านนักบุญลูกาได้บันทึกไว้ในพระวรสารประจำอาทิตย์นี้

ในประการแรก ที่ปีศาจจะประจญล่อลวงเราเหมือนที่กระทำกับพระเยซูเจ้าก็คือ การทำให้เรารู้สึกว่า   “ต้องกินต้องเสพสิ่งของทางโลก” ในภาวะที่ชีวิตของเราเหนื่อยอ่อนหิวโหยหมดกำลัง ปีศาจจะทำให้เรารู้สึกว่า “สิ่งของทางโลกนี้เท่านั้น”   ที่จะสามารถเติมชีวิตของเราให้เต็มได้ เพื่อให้เราดิ้นรนจนสุดชีวิตเพื่อได้มันมา และในที่สุดต้องตกเป็น “ทาส”   ให้กับสิ่งของทาง โลกที่ปีศาจจะผูกมันให้เราต้องติดอยู่กับมันจนดิ้นไม่หลุด ปีศาจได้ชื่อว่าเป็น “จอมบิดเบือน” เป็น “จอมโกหก” ความจริงก็ถูกต้องที่เราต้องกินต้องเสพสิ่งของทางโลกในการดำเนินชีวิตประจำ วัน แต่มิใช่ทั้งหมดและหยุดอยู่เพียงเท่านั้น    ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงให้แสงสว่างกับเราเพื่อใช้ตอบโต้การประจญดังกล่าวตามคำ เล่าของท่านนักบุญลูกาว่า “มนุษย์มิได้ดำรงชีพด้วยอาหารเท่านั้น” และจากการบันทึกของท่านนักบุญมัทธิวยังบันทึกเพิ่มเติมอีกว่า     “แต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” พ่อแนะนำให้พี่น้องตาสว่างและตอบโต้การประจญของปีศาจด้วยท่าทีเดียวกันกับ พระเยซูเจ้าทรงกระทำ

ในประการที่สอง ปีศาจจะทำให้เรามองเห็นคุณความดีซึ่งมีอยู่จริงๆในโลกจักรวาล แล้วพลิกเป็นการประจญ เราว่าคุณความดีต่างๆเป็นผลมาจากการกระทำความบาปความเลวเสียก่อนแล้วคุณความ ดีที่เห็นก็จะเป็นของตน เช่น “อยากรวย” ต้อง “โกง” อยากได้สิ่งดีๆที่เห็นมาเป็นของตนต้อง “ขโมย” เป็นต้น นี่เป็นกลอุบายของปีศาจที่ใช้จุดอ่อนเรื่องความโลภบวกกับการอยากสบายมาชัก จูงชีวิตของเรา ทั้งๆที่ความจริงแล้วทางของการได้สิ่งดีงามอย่างสมบูรณ์มิใช่เช่นนั้น     แต่เป็นการยอมผ่านทางแห่งความยากลำบาก ทางแห่งกางเขนเสียก่อนแล้วจึงจะได้รับสิริรุ่งโรจน์ตามที่พระเยซูเขจ้าทรง สอนด้วยชีวิตของพระองค์ เอง จึงอยู่ที่ตัวของพี่น้องจะเชื่อพระเยซูเจ้าหรือยอมขึ้นกับปีศาจ สำหรับองค์พระเยซูเจ้าพระองค์ทรงเลือกที่จะมอบชีวิตให้ขึ้นอยู่กับองค์พระ เจ้ามิใช่ปีศาจ พี่น้องจะเลือกใคร

ในประการสุดท้าย ปีศาจจะหลอกให้เรา “มั่นใจ” ใน “ชื่อคริสตชน” ที่เรา ได้รับ เหมือนที่มันประจญให้พระเยซูมั่นใจในชื่อของพระองค์ที่เป็น “บุตรของพระเจ้า” แล้วรอให้พระเจ้ายื่นมือเข้ามาจัดการกับทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต โดยไม่ต้องออกแรงทำอะไรตามครรลองที่เรามนุษย์ซึ่งมีมือมีเท้าควรกระทำออกแรง ด้วยตนเองร่วมกับพระหรรษทานของพระเจ้า เป็นที่น่าสังเกตว่าพระเยซูเจ้าทรงรู้ทันและรู้จัก “ตัดตอน” ไม่ยอม “ต่อล้อต่อเถียง” กับปีศาจ เพราะยิ่งปล่อยให้มีการต่อล้อต่อถียงกับมันก็เท่ากับเปิดโอกาสให้เราเกี่ยว ข้องผูกพันอยู่กับมัน เข้าทำนองที่ว่า “ยิ่งตบตีอุจจาระมือก็ยิ่งติดกลิ่นเหม็นติดตัวเรา” พระองค์จึงตัดตอนด้วยพระวาจาจากพระคัมภีร์ที่ว่า “อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้าเลย”   นี่เป็นเทคนิคที่พ่อว่าพี่น้องควรนำ  ไปใช้กับการประจญล่อลวงของปีศาจในชีวิตของพี่น้องด้วยเช่นกัน

พี่น้องที่เคารพ ในอาทิตย์แรกของเทศกาลมหาพรตนี้ พ่อขอให้พี่น้องจงหมั่นอุ่นเครื่องปฏิบัติตนเหมือนชนชาติอิสราเอลดังที่พ่อ แนะนำพี่น้องในตอนต้น จากนั้นให้รู้เท่าทันการประจญของปีศาจและรู้จักตอบโต้มันอย่างเด็ดเดียว เหมือนองค์พระเยซู เจ้าทรงกระทำ และอาวุธสำคัญที่จะใช้ตอบโต้ปีศาจตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้าก็คือ มี   “พระวาจาของพระเจ้า”   จากพระคัมภีร์ตอนต่างๆที่พี่น้องจะต้องอ่าน ไตร่ตรอง รำพึง เก็บตุนไว้ เพื่อสามารถนำเอาออกมาสู้รบปรบมือกับปีศาจได้แบบทันทีทัน ใดที่มันประจญชีวิตของเรา พ่อเชิญชวนให้พี่น้องฝึกฝนตนเองในการอ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ  ทำให้ได้เหมือนถ้อยคำที่ท่านนักบุญเปาโลกกล่าวไว้ในจดหมายของท่านถึงชาวโรม ว่า “พระวาจาอยู่ใกล้ท่าน อยู่ในปากและในใจของท่าน” เพื่อทำให้พระวาจาของพระเจ้าที่ทำให้เกิดความเชื่อในจิตใจ เกิดผลกับชีวิตของพี่น้องในการใช้ต่อสู้กับปีศาจจนสามารถชนะการประจญของมัน ตามที่ท่านนักบุญเปาโลกล่าวต่อไปอีกว่า “การเชื่อด้วยใจจะบันดาลความชอบธรรม     การประกาศด้วยปากจะบันดาลความรอดพ้น”

คณะขับร้องประสานเสียงโฮซานนา, 29/9 หมู่ 10 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ชลบุรี 20110. โทร. 085-9207220
บ้านเลขที่ 9 ซ.ริมทางด่วน แยก 2 ถ.สุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260.